บทความทั้งหมด
การศึกษา
ข่าว-สื่อ
สุขภาพ
โปรโมทเว็บไซต์
ธุรกิจ
บันเทิง
ยานยนต์
ศิลปะ-วัฒนธรรม
จิปาถะ

ความผิดปกติของเล็บที่พบบ่อย

ความผิดปกติของเล็บที่พบบ่อย


เล็บประกอบด้วยเนื้อเยื่อแบบแน่นหนาในชั้นหนังแท้ การเจริญเติบโตของเล็บจะเกิดขึ้นที่ส่วนนี้ โดยมีหลอดเลือดและหลอดน้ำเหลืองมาเลี้ยงเซลล์ให้แข็งแรงสุขภาพดี เมื่อเซลล์ของเล็บยาวงอกออกมาจากบริเวณโคนเล็บ เคราตินจะทำให้เล็บแข็ง สำหรับเล็บที่งอกออกจากบริเวณโคนเล็บจนถึงปลายเล็บจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือน เล็บคอยป้องกันไม่ให้เส้นเลือด และปลายประสาทที่ปลายนิ้วได้รับอันตราย และช่วยทำให้นิ้วมือทำงานได้เป็นปกติดี จากสถานบัน สอนเพ้นท์เล็บ ได้ให้คำแนะนำว่าการดูแลเล็บให้แข็งแรงและสุขภาพดีเป็นเรื่องสำคัญ และควรสังเกตอาการผิดปกติของเล็บดังนี้

เล็บเป็นเชื้อรา มักพบในกลุ่มผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำ ร่างกายไม่แข็งแรง เชื้อราที่เล็บเท้าได้พบบ่อยกว่าเล็บนิ้วมือ เพราะเชื้อราชอบความอับชื้น โดยเฉพาะบริเวณรองเท้า จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เชื้อราเกิดขึ้นกับเล็บเท้าได้บ่อยกว่าเล็บมือ เมื่ออาการติดเชื้อเป็นไปอย่างต่อเนื่อง เล็บจะมีความหนาตัวขึ้น เปราะแตกง่าย แข็งบิดเบี้ยวผิดรูป และอาจทำให้เปลี่ยนสีไปจากเดิม หากมีอาการรุนแรงอาจส่งผลให้เล็บหลุดได้ ผู้ที่มีโอกาสเป็นเชื้อราที่เล็บได้ง่าย ได้แก่ ผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน และผู้ที่มีการไหลเวียนโลหิตไม่ดี ถ้าเชื้อรากินลึกไปถึงตัวนิ้ว จะทำให้มีอาการปวดร่วมด้วย ส่งผลกระทบต่อการยืนและเดิน ไม่สามารถดำเนินชีวิตได้สะดวกเป็นปกติ ขาดความคล่องตัว

สะเก็ดเงินที่เล็บ สะเก็ดเงินที่เล็บเกิดได้ทั้งที่เล็บเท้าและเล็บมือ ถ้าเป็นไม่มากลักษณะจะคล้ายเล็บของคนขาดวิตามินบี แต่ถ้ามีอาการรุนแรงจะมีรอยของโรคมากยิ่งขึ้น คือ ผิวเล็บไม่เรียบเนียน เล็บเริ่มเป็นหลุม ใต้เล็บมีเนื้อเยื่อหนาดันเล็บให้หลุดออก สำหรับโรคสะเก็ดเงินที่เล็บเป็นแล้วหายช้ากว่าเป็นที่ผิวหนังส่วนอื่น ในบางรายไม่หายขาด อาการของโรคจะทำให้เล็บมีสีเหลืองแดงใต้เล็บ เล็บมีรอยบุ๋ม มีเส้นพาดตัวบนเล็บ เกิดรอยสีขาวบนเล็บ และผิวหนังใต้เล็บหนาตัวขึ้น มักจะทำให้เล็บหลุดในภายหลัง

จมูกเล็บอักเสบ  มักพบได้บ่อยในกลุ่มแม่บ้านที่มือเปียกน้ำบ่อยๆ และกลุ่มที่ชอบทำเล็บตามร้านเสริมสวย ซึ่งมีการตัดเล็มจมูกเล็บ ทำให้เกิดช่องว่างในซอกเล็บ ส่งผลให้เกิดการอักเสบภายหลัง สำหรับอาการที่เกิดขึ้นจากการอักเสบจะทำให้เล็บบวมแดง มีอาการปวดในบางครั้งร่วมกับอาการคัน อาการดังกล่าวเมื่อเกิดขึ้นแล้วจะไม่หายขาด เนื่องจากช่องว่างระหว่างเล็บปิดไม่สนิท หลายคนมีความเข้าใจว่าเป็นเชื้อราที่เล็บ

เล็บกร่อน เล็บมีลักษณะขรุขระ แตกหัก เปราะง่าย เสียรูปทรง โค้งงอ หนาผิดรูป สีเล็บจะต่างจากเดิมไปบ้างเล็กน้อย สำหรับอาการดังกล่าวสามารรักษาให้หายขาดได้ไม่ยาก โดยการทานวิตามินบำรุงเล็บ หรือเลือกปรึกษาแพทย์เพื่อใช้ยาฆ่าเชื้อรา กินยาทุกวันติดต่อกันนาน 3 ถึง 6 เดือน รอจนกระทั่งเล็บใหม่งอกขึ้นแทนที่เล็บเก่าจนหมด


Updated: 27 มี.ค. 2561 เวลา 22:24 น.

 

Copyright @ 2013 : http://dynastyandceremony.com